another point of view

มิถุนายน 9, 2007

case study ..สิ่งที่ต้องทำก่อนจะจบได้

Filed under: Uncategorized — moji @ 6:05 p

รุ่นโมจิมีอาจารย์orthoที่เพิ่งกลับมาใหม่ท่านนึง(ขณะที่พี่โอ๊ตก็หนีไปเรียนต่อ) ก็คือ อ.มนชนก หรือพี่บุ๋ม พี่บุ๋มเป็นคนน่ารักมากๆ เป็นอาจารย์ที่มีพลังงานในตัวมาก ดูactive และอยากสอนตลอดเวลา (สอนไปเหมือนๆจะเต้นไปด้วย อิอิ) เหมือนอยากให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจ อยากถ่ายทอด  และก็เป็นเรื่องบังเอิญมากๆที่ พี่บุ๋มบังเอิญเปรยๆกับเพื่อนของโมจิคนหนึ่งว่ากำลังจะมีโปรเจค หาเด็กๆมาทำ case study ด้วย บังเอิญอีกที่ฝน(ผู้ถูกยัดเยียดให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม)ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำเคสเรื่องอะไรและทำกับใครดี ในที่สุดกลุ่มcase study เล็กๆของโมจิก็เลยเดินทางไปพบพี่บุ๋มและคุยกับพี่บุ๋ม ตอนนี้พี่บุ๋มก็มีเคสเรื่อง tibial plateau angle คือ เค้าว่าเจ้ามุมนี้มีส่วนที่ทำให้เกิดcranial cruciate ligament rupture คร่าวๆคือ เราหาทางวัดมุมนี้(การจัดท่าทาง x-ray ฯลฯ) และมาวัดมุมดูว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสุนัขที่ cranial cruciate ligament rupture กับ สุนัขปกติหรือไม่ แต่สำหรับโมจินะ โมจิกลับมองว่าอยากทำเพราะ ชอบพี่บุ๋ม เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกดีน่ะค่ะ และพี่บุ๋มก็ไม่ค่อยยอมบอกอะไรเท่าไหร่ (พี่บุ๋มเป็นคนพูดเองว่า ให้ไปศึกษาเอาเองและพี่บุ๋มจะคอยguideให้) พี่บุ๋มให้หา ให้คิด และลองวางแผนดู นอกจากนี้พี่บุ๋มยังดูเต็มใจมากๆที่จะสอนในบางเรื่องที่เราควรรู้ เช่น evidence-based medicine, การหางานวิจัยหรือการอ่านงานวิจัยต่างๆ ซึ่งโมจิคิดว่าน่าทำงานกับพี่บุ๋มมากๆ โมจิเองก็คงรอแค่หัวหน้ากลุ่มตกลงใจว่าจะทำหรือไม่ทำ ดูมติในกลุ่ม และดูแนวทางที่จะทำต่อไป

เรื่องสนุกที่โมจิอยากจะเล่าให้ฟังคือ ระหว่างที่คุยกับพี่บุ๋มไป ก็มีโอกาสแอบเสนออะไรเล็กๆ ก็คือ โมจิถามพี่บุ๋มว่าใครเป็นคนสอนเครื่องมือผ่าตัดกระดูก พี่บุ๋มก็บอกว่าน่าจะเป็นอ.นริศ โมจิก็ทำหน้าเมื่อยเล็กน้อย พี่บุ๋มก็ถามว่าทำไมล่ะ โมจิก็บอกว่า นึกว่าถ้าพี่บุ๋มสอน หนูจะแอบเสนอ คือ พอเรียนแล้ว อยากดูเครื่องมือผ่าตัดจริงๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นห่วงว่า เด็กๆอาจจะเล่นเครือ่งมือจนเสีย แต่ถ้าหากเราไม่ได้เห็นของจริง เราก็จำไม่ได้ เราก็หยิบเครื่องมือไม่ถูก พี่บุ๋มก็บอกว่านั่นซิ พวกปีหกที่กำลังอยู่ห้องศัลย์ตอนนี้ก็หยิบไม่ถูก โมจิก็บอกว่าเนอะ ถ้าเรามีโอกาสได้เล่นนะ ให้เราพอคุ้นๆมือ ให้เราพอจำได้น่าจะดีเนอะ พี่บุ่มก็บอกว่า อาจจะลองคุยกับบริษัทขายเครื่องมือผ่าตัดดู ให้เค้าเอาไปให้เด็กๆเล่น และนอกจากนี้พี่บุ๋มก็ยังเล่าให้ฟังว่า พี่ปีหกบางคนเย็บ sc หรือ skin ได้ช้ามาก ซึ่งปีหกแล้วควรจะเย็บได้เร็วและเย็บสวย โมจิก็เลยบอกว่า ก็พี่หมอบางคนก็บอกว่ายังไม่ต้องรีบฝึกหรอก พอเป็นหมอแรกๆเค้าก็ให้ทำหมัน ให้เย็บแผลจนเบื่อ (ซึ่งโมจืตกใจนิดหน่อย ถ้าพี่หมอเค้าจะคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะ สำหรับโมจินะ โมจิเองอยากพร้อมที่สุดเมื่อโมจิเป้นหมอ หมายความว่าโมจิอยากจะทำอะไรเป็นมากที่สุด ไม่ใช่ไปฝึกเอาตอนเป็นหมอแล้ว) พี่บุ๋มก็บอกว่า น่าจะมีให้เช่าเครื่องมือเนอะ มีหมอนเย็บ มีอะไรให้เด็กๆฝึกมือได้ตลอด และก็พูดว่า “เนอะ” โมจิเองรู้สึกสนุกมาก ในขณะที่ใครซักคนรับฟังปัญหาของเด็กๆ (เพราะโมจิเองยังเชื่อว่าไม่มีใครบอกว่าการเรียนการสอนมีปัญหาได้ดีเท่าเด็ก) ใครบางคนที่ต้องการปรับปรุงและแก้ไขหลักสูตร ใครบางคนที่ห่วงใยเกี่ยวกับเด็ก และใครบางคนที่ต้องการเพิ่ม ต้องการแก้ส่วนที่ผิดพลาด หรือเติมเต็มส่วนที่หายไป โมจิเองก็มีความสุข และคิดว่า ในที่สุด ความคิดอันมากมายมหาศาลที่มีอยู่ในหัว ได้รับการปลดปล่อยและ รอการปฏิบัติในความเป็นจริงบ้าง ขั้นต่อไปก็คงต้องดูว่าโมจิเองมีไอเดียอะไร และโมจิสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นไปอีกได้บ้าง ถ้ารุ่นโมจิไม่ทันก็ขอให้ได้ในรุ่นน้องต่อไป อย่างน้อยโมจิก็คิดว่าคงเป็นการตอบแทนคณะได้บ้าง เพื่อให้พัฒนาต่อไปในทางที่ดี โมจิก็ขอเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่พยายามจะหมุนต่อไป อย่างน้อยก็ด้วยความหวังว่าจะผลักดันให้ระบบอันยิ่งใหญ่เดินไปข้างหน้าบ้าง ..ก็ยังดี..

Advertisements

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: