another point of view

ตุลาคม 27, 2006

แค่คนอ่อนแอ

Filed under: from the heart — moji @ 6:05 p

กลับมาบ้านแล้ว จากการไปฝึกงานมา 5 วัน

กลับมาบ้านแล้ว และรู้สึกว่า..  ไม่น่ากลับมาเลย

มันตอกย้ำความคิดเราที่เคยคิดว่า ไม่กลับมาจะดีกว่า

เราเคยเชื่อว่าความรัก คือ การให้ โดยไม่คาดหวัง

แต่วันนี้เราก็คาดหวัง

สิ่งที่เราคาดหวังจากพ่อแม่ คือ ความรัก ความเข้าใจ

เรารู้ว่าเค้ารัก แต่อย่างนึงที่อยากให้เค้าเข้าใจ.. พ่อ(และแม่ด้วยบางที) มองอะไรที่คนละมุมกับเรา เหมือนพูดกันคนละภาษา  เลยไม่เข้าใจกันซะที

พ่อเองก็ไม่ค่อยพูด แม่เองก็ว่าเราลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

จะมีประโยชน์อะไรที่จะพูด ..ในเมื่อเค้าไม่รับฟัง..   และในเมื่อถ้าหากพูดไปก็อาจถูกมองว่าเถียง

สิ่งเล็กน้อยที่พ่อแม่ทำ กลับส่งผลอย่างแรงต่อจิตใจเรา

ไม่อยากรัก เพราะ ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว อ่อนแอเหลือเกิน

เรารักกันนะ แต่เราอยู่ห่างๆกันดีกว่า..

 ถึงตอนนี้ เราก็เริ่มจะเข้าใจว่าทำไมเราเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน

ทำไมคุยและเล่นกับคนอื่นไม่ค่อยเป็น

ทำไมดูเหมือนเกิดมาเพื่อ เรียน ทำงาน แต่ไม่ได้เพื่อใช้ชีวิต

ทำไมชอบจมกับโลกแห่งจินตนาการและหนังสือ

ทำไมน้าเคยว่าเราดูเหมือนคนที่มีเรื่องทุกข์ตลอดเวลา

เราไม่เคยโทษพ่อแม่

ไม่เคยโทษใครคนอื่นที่มองเราแง่นั้น หรือไม่ค่อยมายุ่งกับเรามาก

ใครจะไปชอบคุยกับหุ่นยนต์..

ซักวันเราคงเรียก หอ เป็น บ้าน      เพราะอยู่แล้วสบายใจ

ป.ล. ไม่รู้จะเล่าเรื่องทั้งหมดดีหรือเปล่า เพราะเล่าไปอาจจะขำก็ได้.. คือ เราให้พ่อไปส่งและไปรับจากที่ฝึกงาน เพราะ ที่ฝึกงานเค้ารับคนฝึกงานจำกัด แต่เราดันไป ซึ่งเพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เราก็อยากจะทำอะไรให้เค้าบ้าง อย่างน้อยก็ตอบแทนและชดเชย ก็ให้เค้าติดรถไปด้วย แต่ขากลับ เพื่อนบอกว่าลงที่ๆมีรถไฟฟ้าหรือใต้ดินก็ได้ เราก็บอกพ่ออย่างนั้น เพราะ เราเองก็ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้ว่าส่งตรงไหนใกล้หรือดีกว่ากัน จะได้เอาที่ๆสะดวก พอมาอยู่ที่โต๊ะอาหาร พ่อก็บอกว่า เออ วันนี้หน้าตาเพื่อนเค้างงๆเนอะ เหมือนว่าลงได้แล้วเหรอ คือ พ่อเค้ามาส่งแถวสี่แยกอโศก ด้วยเหตุผลที่ว่า เราบอกว่ารถไฟฟ้าหรือใต้ดิน เค้าก็เลยมาส่งอโศก ที่ๆมีทั้งไฟฟ้าและใต้ดิน และด้วยความที่พ่อเป็นคนไม่พูด ก็เลยจอดรถดื้อๆ แล้วก็แค่บอกว่า ลงได้ไหม อะไรประมาณนี้ พ่อก็บอกว่าเราเป็นเพื่อนของเพื่อน ก็ควรจะบอกเค้าให้ลง หรือพูดอะไร ส่วนเราก็มองว่า ก็พ่อเป็นคนขับรถ จะจอดตรงไหนจะให้ลงยังไง ใครจะไปรู้ใจเค้าได้(แต่เราไม่ได้บอกพ่อ เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์) แม่ก็บอกให้ คราวหลังเราถามให้ดี (ถามไปพ่อก็จะเหมือนหงุดหงิดว่า ถามทำไม เรื่องพรรค์นี้น่าจะรู้อยู่แล้ว) สรุปสุดท้ายแล้ว เราเข้าใจพ่อนะ แต่เราคิดว่า อย่ายุ่งกันเลยดีกว่า เราเบื่อกับเรื่องพรรค์นี้มามากพอแล้ว ถ้าหากเราตายไปก่อนพ่อในซักวัน ก็ฝากเอาอันนี้ให้เค้าอ่านหน่อยแล้วกัน เผื่อวันนั้นเค้าจะได้เข้าใจเรามากขึ้นบ้าง (แต่เข้าใจไปก็คงไม่มีประโยชน์หรอก เพราะพ่อก็ไม่เคยเปลื่ยน) พ่อไม่ได้พูดคำขอโทษ แต่แสดงการขอโทษ เราขอรับรู้ แต่มันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเสียใจลดน้อยลงเลย ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพราะความรู้สึกผิดมันไม่มีประโยชน์

Advertisements

3 ความเห็น »

  1. ดีจ้า พร….ไม่ได้คุยกันนานเลยน๊า

    เอ่อ… ปัญหานี้ก็เกิดกะบ้านเรานะ แต่พ่อเราตรงข้ามกะพรอ่ะ เป็นพวกขี้โวยวาย ยึดตัวเองถูกเสมอ จนบางครั้งคนในบ้านก็เออๆออๆไปด้วยเพราะขี้เกียจจะเถียง แม้แต่อาเราที่เปนคนไม่ค่อยยอมใคร(เหมือนกัน)ยังต้องยอมเพราะไม่อยากทะเลาะด้วย
    เราว่ามันก็อาจจะดีก็ได้นะ ถ้าสิ่งนั้นมันไม่ได้ทำให้เดือดร้อนมากมายอ่า เพราะถ้าโต้ตอบไรไปเนี่ย มันก็อาจเปนว่าเราเถียงแบบที่พรบอกนั่นล่ะ เราก็เคยนะพยายามจะอธิบายเหตุผลแต่ก็เรื่องที่สำคัญจริงๆ บางทีก็ท้อนะ ที่เค้าไม่เข้าใจ แต่อาเราบอกว่าถ้าเค้าบ่นเรื่องไรก็ไม่รู้ก็ปล่อยให้เค้าพูดไปซักพักพอเค้าเหนื่อยจะหยุดเอง ทำหูทวนลมอ่า มีไรก็ “อือ ออ” เข้าไว้ แต่ทำหรือไม่ทำค่อยว่าอีกที
    เราก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรแบบเปิดใจกะพ่อแม่มากนักอ่านะ แต่เราก็จะหาคนอื่นที่เค้ารับฟังเราอ่ะ หรือเพราะเราไม่ได้อยู่กพ่อแม่ตลอดด้วยมั้ง บ้านเราจะคล้ายๆบ้านพรมั้ยไม่รู้นะ ที่ไม่ค่อยแสดงความรัก กะแม่หรืออาเนี่ยก็มีบ้างที่จะกอดแต่ถ้ากะพ่อเนี่ย บอกตรงๆเลยว่าไม่เคยกอดพ่อเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่พ่อเราก็ออกจะใจดีนะ แต่ถ้าเวลาโกรธเนี่ยก็สุดๆเลย
    ส่วนเรื่องเพื่อนอ่ะนะ เราว่าเพื่อนอ่ะหาได้ทั่วไป แต่มันก็มีหลายแบบไง แล้วแต่ว่าเราอยากได้แบบไหน เราก็จะไขว่คว้าหาอย่างนั้น ไม่ค่อยมีเพื่อนมันไม่แปลกหรอก แต่ไม่ค่อยมีใครคบนี่สิแปลกกว่า!!

    ชีวิตยังต้องเดินต่อ สู้ๆสู้ตายจ้า ^.^

    ความเห็น โดย Juno — ตุลาคม 29, 2006 @ 6:05 p

  2. เอ่อม พ่อจุนประมาณเดียวกับแม่เราเลยว่ะ วันดีคืนดีอารมณ์เสียก็มาลงกับเราซะงั้น แล้วกฎก็มีอยู่ว่า ห้ามเถียง ห้ามต่อปากต่อคำ นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวเข้าไว้ เด๋วก็อารมณ์ดีเอง 555 ยิ่งไปเถียงมีแ่ต่ยิ่งหูชากว่าเดิม ส่วนเรื่องเพื่อน อืม สงสัยว่าเราจะเป็นเหมือนพร หรือไม่ก็ไอ้ผู้ชที่พรเขียนในอันก่อนๆ ที่แบบไปตีหนิดกับชาวบ้านแล้วก็เปลี่ยนกลุ่มไปเรื่อยๆ เพราะว่าพอสนิทได้ระดับนึงเราก็จะเริ่มเบื่อ เริ่มไม่ชอบขึ้นมา เราก็จะเปลี่ยนกลุ่มไปเรื่อยๆอ่ะ555 ไม่รุ้เหมือนกันเพราะอะไร แต่อยู่กับใครนานๆแล้วจะเบื่อ ก็แค่ันั้น

    ความเห็น โดย NoBody — พฤศจิกายน 5, 2006 @ 6:05 p

  3. To Juno
    เราก็ไม่รู้ว่าเราไม่ค่อยมีเพื่อน หรือไม่ค่อยมีใครคบ เพราะบอกตามตรงว่าเราก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีเพื่อนหรือเปล่า เราคิดว่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะจริงใจน่ะ เพราะเค้ายังเห็นเรามีประโยชน์ในบางเรื่องอยู่ บางทีอาจจะมาคบเพราะผลประโยชน์บางอย่างก็ได้ หรือมาเป็นเพื่อนเพราะอยู่กับเราแล้วสบาย มีอะไรก็ใช้เราหา แปลอะไรไม่ได้ก็มาหา ฯลฯ ตามเรื่อง เราเองก็ยังไม่สรุปดีกว่า แต่ก็แอบมีเพื่อนซะประมาณนึงแล้วล่ะ พออยู่หอมันก็ได้เล่น ได้อะไรมากขึ้นกว่าเดิมน่ะ เราเองก็ยึดถืออะไรน้อยลง เล่นไปเรื่อยๆ ตอนนี้กลัวแค่คนที่จ้องจะแทงข้างหลังน่ะ

    To Nobody
    เหอๆ แต่แพทก็ไม่ได้ถึงกะไม่คุยกับคนที่แพทเคยคบใช่ไหมล่ะ ไม่ไปคุยไม่ไปเล่นด้วยเลย เหมือนชั้นเจอของเล่นใหม่แล้ว จบกันล่ะนะ ไม่รู้ดิ เรายังรู้สึกว่าแพทเว้นระยะนานพอควร และมันก็คือ ตัวเพื่อน กับตัวแพท ไม่ได้รู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่ได้รู้สึกว่าใครทิ้งใครไป แล้วแบบมันไม่ใช่ว่า เวลานึงแพทจะทำทุกอย่างเพื่อจะไปสนิทกับคนๆนึง ส่วอีกเวลาก็ไม่ใส่ใจเค้าเลยอย่างนั้นนี่นา (พอเข้าใจภาพนายนั่นกะแพทยัง ว่ามันเทียบกันไม่ได้หรอก)

    ความเห็น โดย moji — มกราคม 1, 2007 @ 6:05 p


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: