another point of view

มิถุนายน 17, 2006

mail: กำแพงแสน

Filed under: Uncategorized — moji @ 6:05 p

เรียน พี่ปอ กะ พี่แสง

โมจิไปห้องสมุดคณะมาแล้ว.. ผิดหวังนิดหน่อยนะคะ(จริงๆผิดหวังกว่าที่ห้องสมุดบางเขนอีก)เพราะหนังสือดูน้อยจัง แล้วก็เป็นแบบceroxหลายเล่ม แต่ก็ไม่เป็นไร ห้องสมุดกลางนี่ยอดเยี่ยมมากเลยน่ะค่ะ กว้างดี หนังสืออ่านเล่นก็เยอะดี ที่นั่งเยอะ บรรยากาศดีมากน่านั่งอ่านหนังสือ มีสวนด้วย เล่นเน็ทได้ด้วย แอร์เย็นด้วย นอนสบายด้วย.. เอ๊ย ไม่ใช่ล่ะค่ะ พี่ห้องสมุดก็โอเคนะคะ แบบว่าไปครั้งแรกก็งงๆว่าหนังสือจัดเรียงเหมือนบางเขนหรือเปล่า(แบบชั้น 1 reference, ชั้น 2 journals, ชั้น 3 หนังสือยืมได้) พี่เค้าก็บอกว่าไม่ใช่แล้วก็อธิบายให้ฟัง แล้วก็ถามวิธีการต่อบัตรจะยืมหนังสือน่ะค่ะ พี่เค้าก็บอกว่าเอาบัตรนิสิตมาเลย แล้วพี่เค้าก็ถามว่า พวกน้องเป็นสพ.หรือเปล่า 120คนใช่ไหม อะไรอย่างนี้ (สงสัยพี่เค้าจะมองหน้าก้อง เห็นว่าไม่ใช่ปี 1 แล้ว) ก็ตลกๆดีน่ะค่ะ แต่พี่เค้าก็ใจดีเล่าให้ฟังไม่ว่าอะไร ดีมากเลยน่ะค่ะ

ส่วนอีกที่ที่โมจิประทับใจก็คือ โรงยิมเล่นแบด โมจิอยากเล่นแบดมาตั้งนานมากแล้วน่ะค่ะ ไม่ได้เล่นตั้งแต่ม.2 ตอนอยู่วัฒนา ตอนนี้ก็แอบทาบทามตัวเองไว้กับกลุ่มพี่+เพื่อนที่ดูเหมือนจะเล่นกันทุกวัน พี่เค้าก็น่ารักดีชวนเล่น ทั้งๆที่โมจิเล่นห่วยจังค่ะ 55 แต่โมจิสนุกมาก และเรื่องที่สำคัญก็เกิดขึ้น(นำไปสู่สถานที่ๆประทับใจที่ต่อไป) คือ ตอนที่โมจิจะรับลูกหยอดหน้าเน็ท ที่ขอบๆเส้นน่ะค่ะ พอดีเหมือนรองเท้าโมจิสะดุดอะไรซะอย่างโมจิเลยล้มลง มันเกิดขึ้นเร็วมาก มาอีกทีสิ่งที่โมจิเห็นคือ ขอบปูนสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่ๆที่เค้าทับตรงแถวๆเสาที่ขึงเน็ทอันใหญ่ๆที่เหมือนไม่ให้เสามันเคลื่อนน่ะค่ะ มันเป็นภาพที่น่าตกใจมากเพราะถ้าโมจิล้มลงและตาโมจิโดนตรงนั้น ชีวิตโมจิคงไม่เหลืออะไร (โมจิคิดอย่างนี้จริงๆ) ความสุขเกือบทุกอย่างในชีวิต มาจากการมองทั้งนั้นน่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ, ดูหนัง, เย็บผ้าครอสติช(ถึงไม่ค่อยได้ทำแต่ก็ชอบทำนะ), และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งถ้าโมจิมองไม่เห็น ชีวิตคงแทบจะเรียกว่าตายไปแล้วก็ได้น่ะค่ะ ด้วยความตกใจโมจิก็เลยเหมือนถีบตัวขึ้นเพื่อออกห่างจากขอบปูน แต่ตรงขมับของโมจิไปกระแทกกับเหล็กของเก้าอี้ขอบสนามแทน (เก้าอี้สูงๆที่กรรมการเค้าไว้ดูน่ะค่ะ) แต่โมจิก็ดีใจที่หนีจากขอบปูนมาได้ พอลุกนั่งพี่กับเพื่อนที่เล่นแบดด้วยกันก็มาล้อมถามว่าเป็นอะไรไหม โมจิก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆหัวโมจิมึนแล้วก็ตื้อมาก หูอื้อด้วย โมจิเปิดตาแต่มองไม่เห็นภาพอะไรเลย มันดำมืดไปหมด แต่มันเหมือนมีรอยร้าวแบบแก้วแตก เส้นๆรอยร้าวก็คือเป็นภาพ ตอนนั้นโมจิก็กลัวมาก เหมือนจะเป็นลมเพราะคิดว่าชั้นจะตาบอดไหม แต่ปากก็บอกคนอื่นว่าไม่เป็นไรแล้วก็ออกมานั่งพัก ซะพักก็ไปห้องพยาบาลด้วยแผลถลอกปอกเปิกกับเขียวช้ำที่แขนและขา กับลูกมะนาวที่หัว

สถานที่ประทับใจต่อมาก็คือ สถานพยาบาลค่ะ พี่เค้าน่ารักมากเลยมาช่วยกันทำแผลให้โมจิตั้งสองคนแล้วก็รีบเอาเจลถุงๆเย็นๆมาประคบให้ตรงที่ช้ำบวมโนขึ้นมาน่ะค่ะ (มือพี่เค้านิ่มดีด้วย อิอิ) แล้วพี่เค้าก็ถามว่าเจ็บไหม ทำอะไรมา ประมาณว่าเป็นห่วงน่ะค่ะ  โมจิรู้สึกเลยว่าหมอน่าจะเป็นอย่างนี้ล่ะ เอาใจใส่และรักคนไข้ เป็นห่วงคนไข้จริงๆ ไม่ใช่แค่รักษาหรือทำแผลตามหน้าที่ แม้ซะวันคนไข้ของโมจิจะเป็นหมาแมว แต่โมจิว่ามันสัมผัสถึงกันได้นะ ตาก้องบอกว่าพี่เค้าคงสงสาร เพราะตอนโมจิไปนี่โมจิดูน่าสงสารจริงๆ (คงดูเหมือนเด็กๆอ่ะค่ะ เพราะผมก็สั้นแถมติดกิ๊บอีก)พี่เค้าดูเป็นห่วงดีมากเลยอ่ะค่ะ ชอบจัง โดยรวมแล้วโมจิก็คิดว่าจบวันด้วยดีนะคะ เป็นวันดีวันนึงเลย โมจิกะว่าจะอยู่หอเสาร์-อาทิตย์ด้วยเพราะอยากเล่นแบดกับอยากไปดูที่รพ.สัตว์(อาจจะกลับบ้านเดือนละครั้ง) แต่ไม่รู้ว่าพ่อแม่จะว่าไงบ้างเหมือนกันน่ะค่ะ

โมจิ

Advertisements

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: