another point of view

มิถุนายน 3, 2006

น้ำผึ้งหยดเดียว

Filed under: Uncategorized — moji @ 6:05 p

from here:

http://www.vet.ku.ac.th/webboard/reply.php?id=4782

to an e-mail to the teacher i met and quite close at สพอ. camp. He appeared to be the one that reply one's comment. that's why i write him an e-mail.

เรียน พี่เหมืยวแห่งบ้านดอนตูม

หนูชื่อ ดวงพร หรือเรียกกันว่า พร นะคะ จะมาเรียนปรึกษาเรื่องโรคประจำตัวน่ะค่ะ เป็นโรคขี้บ่นน่ะค่ะ วันนี้เลยจะมาบ่นให้พี่เหมียวฟังเรื่องหนึ่ง

(จริงๆหนูก็ทราบว่าพี่เหมียวใจดีและก็ให้อภัยอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเล่าให้ฟังน่ะค่ะ)

เมื่อตอนม.6 หนูตั้งใจจะสอบตรง เข้าพวกอินเตอร์ เรียกว่า เอ็นท์เล่นๆว่างั้นเถอะ

แต่พอดีเพื่อนหนูมีคนไปสมัครโควต้าของเกษตรศาสตร์ หนูก็เลยสมัครด้วย สมัครคณะสัตวแพทย์ ผลคือ หนูติด หนูก็เลยลองมาสอบสัมภาษณ์  จำได้ว่าคนที่สัมภาษณ์หนูเป็นอาจารย์ผู้หญิงเสื้อเขียววันนี้น่ะค่ะ หนูจำอาจารย์ได้แม่นเลยเพราะเป็นความประทับใจแรกของกพส. หนูจำแววตาใจดีของอาจารย์ได้ และก็คิดว่าจะเรียนที่นี่ ทั้งที่ตอนแรกลังเลอยู่ว่าจะเอาดีไหม และสุดท้ายก็ไม่ไปสอบที่คณะอินเตอร์ ทั้งที่จ่ายกาตังค์ไปแล้ว

ความประทับใจเกี่ยวกับกำแพงแสนอย่างแรกของหนูคือ ความใจดีของอาจารย์   และเชื่อว่าอาจารย์กำแพงแสนก็คงจะให้อภัยเด็กๆ ไม่ใช่เพราะต้องให้อภัยแต่เป็นเพราะ อาจารย์อยากให้อภัย

หนูอยากจะเล่าให้พี่เหมียวฟังว่า อาจารย์ฝั่งบางเขนก็บ่นเรื่องเด็กว่าพูดจาไม่ดีเหมือนกัน ที่น่าตกใจคือ คนที่ได้รับการบ่นนั้นคือ เพื่อนที่ไปเอาชีทจากอาจารย์มาซีร๊อกซ์, ประธานค่าย(ขอไม่บอกว่าค่ายไหนนะคะ) คือ ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะติดต่ออาจารย์หรือเปล่า (คือ คนอื่นไม่ค่อยได้ติดต่อ เลยไม่โดนบ่น) หรือเป็นเพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องของส่วนบุคคล คือ คนที่พูดจาไม่ดี บังเอิญเป็นคนที่ไปติดต่ออาจารย์พอดี แต่มันก็กลับมาเป็นคำถามอีกว่า เค้ามีหน้าที่ที่ติดต่ออาจารย์ตั้งนาน( ปี 2-3 ส่วนประธานค่ายก็วางตัวตั้งแต่ปี 2 )ยังโดนอาจารย์คอมเม้นท์ว่าพูดจาไม่ดี มันหมายความว่าอย่างไร? โดยส่วนตัวหนูคิดว่าเป็นอย่างที่พี่เหมียวพูด คือ นิสิตยังมีความเป็นเด็กสูงมากๆ ไม่ค่อยคิดอะไรมาก และด้วยการที่อาจารย์ฝั่งบางเขนวางตัวเป็นผู้ใหญ่ ก็เลยไม่ได้มีใครว่ากล่าวนิสิต (หนูคิดว่านะคะ เหมือนอาจารย์ไม่ถือสา แต่ความไม่ถือสากลายเป็นทำให้เด็กก็พูดไม่ดีเหมือนเดิม) คงประจวบว่าหนูไปคุยกับอาจารย์ท่านนั้นบ่อยนะค่ะ อาจารย์เลยพูดให้ฟัง แต่อาจารย์ก้ไม่ได้เล่าทั้งหมดค่ะ (ไม่ยอมเล่าด้วย) หนูต้องสังเกตเอาเองด้วย คือ เพื่อนหนูมักจะพูดไม่ค่อยคิดน่ะค่ะ อย่างเช่น บอกอาจารย์ว่า "ตอนเช้าวันจันทร์จะมีจดหมายไปให้เซ็นนะครับ" ก็อาจารย์บอกว่าเหมือนกับสั่งให้อาจารย์อยู่รอเซ็นจดหมาย (ตอนแรกหนูก็ไม่คิดอะไร แต่ตอนหลังก็เห็นด้วยกับอาจารย์น่ะค่ะ)

เรื่องยาวๆ สรุปว่า หนูก็รู้ว่าเพื่อนพูดจาไม่ดี หนูเองก็เศร้าใจน่ะคะ เพราะเป็นการเปิดตัวรุ่นหนูที่ทำให้อาจารย์และรุ่นพี่รู้สึกไม่ดี แถมกลายเป็นรุ่นหนูเสียหมดทั้งรุ่นเลย แต่ก็คิดว่าอาจารย์ฝั่งกำแพงแสน น่ารัก ใจดี และเป็นกันเอง หนูคิดว่าอาจารย์ฝั่งกำแพงแสนสามารถจะให้อภัยและสอนพวกหนูให้โตเป็นผู้ใหญ่ (หรือเรียกว่าให้ความคิดmatureขึ้น) พวกหนูก็จะได้จบไปเป็นสัตวแพทย์ดีๆ สื่อสารดีๆ ไม่ถูกฟ้อง ส่วนเรื่องคนที่พูดไม่ดีก็ถือว่าขอแล้วกันค่ะ หนูคิดว่าเค้าสำนึกแล้วล่ะค่ะ สงสารเค้าเหมือนกัน แต่เค้าก็พูดไม่ดีจริงๆล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม ก็ขอขอบคุณพี่เหมียวที่ฟังเด็กบ๊องๆบ่นมาตั้งนานนะคะ 

Pond 67 (กำแพงแสนฮับ)

ป.ล. อย่าลืมสอนเจาะเลือดต่อนะคะ สอนเจาะแมวกะสุนัขด้วยน๊า แล้วก็หนูไปฝึกงานรพ.สัตว์มาน่ะค่ะ มีคำถามเยอะแยะมากเลย ช่วงเปิดเทอมยังว่างๆพี่เหมียวว่างช่วงไหน หนูจะได้ไปถามน่ะค่ะ ^^

Advertisements

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: