another point of view

พฤษภาคม 25, 2006

พี่ปอ: พี่สาวบุญธรรม

Filed under: Uncategorized — moji @ 6:05 p

พี่ปอเป็นพี่สาวบุญธรรมของเราเอง พี่ปอเป็นเพื่อน, เป็นพี่, เป็นอาจารย์ จบvet KU รุ่น 62 (ส่วนเรารุ่น 67) เจอกันตอนเรียนแรกๆก็ไม่มีอะไร ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก นอกจากจะคิดว่า "สอนไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ" ส่วนชั่วโมงlab ก็เห็นพี่เค้าfriendlyดี ชวนเด็กคุยเยอะดี ช่วงแรกๆก็คิดว่า เออ ช่ายซิ ฉ้านมานประจบอาจารย์ไม่เก่งนี่หว่า เป็นช่วงแรกๆที่ยังไม่ได้คุยกะพี่ปอ อ้อ.. พอพูดถึงพี่ปอก็คงต้องพูดถึงอีกคน คือ พี่แสง จบรุ่น 59 แล้วก็ไปเรียนต่อป.โท จากมหิดล จบแล้ว พี่แสงอยู่ภาคเดียวกับพี่ปอ จบรุ่นใกล้ๆกันก็เลยหนิทกัน พี่แสงหน้าตาก็ดีพอควร แต่นิสัยดีมาก สาวหลงกันตรึม เริ่มรู้จักพี่ปอก็จากเพื่อนที่นั่งรถกลับบ้านกะเรา บอกว่าคุยกะพี่ปอ พี่ปอน่ารัก พี่แสงน่ารัก เล่าให้ฟัง แล้วก็.. จับผลัดจับผลูได้คุย และได้หนิทกะพี่ปอ ตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน จำไม่ได้จริงๆ แต่รู้ว่าหนิทมาก จริงๆประตูห้องพี่ปอเปิดกว้างสำหรับนิสิตทุกคน แต่เราคงเป็นหนึ่งในน้อยคนที่กล้าพอจะเดินเข้าไปนั่งเล่นห้องพี่ปอ นั่งคุยกะพี่ปอ และอาจจะเป็นเพราะเป็นคนคิดอะไรมากมาย ก็เลยคุยเก่งแล้วก็ขอคำปรึกษา(จริงๆไปบ่นให้พี่ปอฟัง) แล้วก็มีช่วงนึงที่รู้สึกแอบงอนพี่แสง (พี่แสงคงไม่รู้เรือ่งหรอก) ก็เลยทำให้หนิทกะพี่ปอมากยิ่งขึ้น เล่นและคุยกะพี่ปอบ่อยมาก

แล้วช่วงปีใหม่ ก็มีe-mailตอบฉบับนึงจากพี่ปอ(ปกติพี่ปอไม่ชอบตอบเมลล์ อ่านอย่างเดียว) ซึ่งชอบมากเลย

"พี่ปอรักเด็กน้อยอยู่แล้วหละ เพราะพี่เป็นลูกคนเล็กก็อยากมีน้องเยอะๆ โดยที่ไม่ต้องตีกันให้หัวร้างข้างแตกกันมาก่อน"

ส่วนเราก็อยากมีพี่สาว ก็เลยขอเป็นน้องพี่ปอ จากนั้นก็เป็นน้องพี่ปอเสมอมา… พี่ปอเป็นลูกคนเล็ก นิสัยก็จะเด็กๆ แล้วพี่ปอก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบหญิงๆ แต่เป็นผู้หญิงห้าวๆลุยๆ แต่ก็แฝงความน่ารัก ความตลก แล้วก็ความเป็นผู้ใหญ่ด้วย หลายๆทีไปขอคำปรึกษาจากพี่ปอก็ไม่ผิดหวัง แล้วก็เป็นคนมองโลกในแง่ดี หนุกหนานตาหลอดเวลา เห็นพี่ปอแล้วทำให้ยิ้มได้ เป็นคนหนึ่งซึ่งเวลาเราอารมณ์ไม่ดีมา หรือเศร้ามาก็ช่วยบรรเทาความเศร้าได้ บางทีนึกถึงเรื่องพี่ปอก็ทำให้ยิ้มได้

ส่วนที่ดีมากกว่านั้นก็คงเป็นการที่ รักพี่ปอแล้ว พี่ปอก็รักตอบ T___T (ร้องไห้ ซึ้งใจ)

เสียดายเหมือนกันที่หนิทกันแค่ไม่ถึงปี(ช่วงปี 3) ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นไง แต่ต้องย้ายไปกำแพงแสนแล้ว ก็เศร้า เสียใจและคิดถึงพี่ปอมากมาย ไม่อยากไปกำแพงแสนเหมือนกัน หวังว่า จะหนิทกะพี่ปอต่อไป เวลาพี่ปอไปเที่ยวไหนก็ขอให้ชวนเราเที่ยวเหมือนเดิม คิดถึงจริงๆ

เล่าเรื่องพี่ปอแล้วก็ขอเล่าเรื่องพี่แสงนิดนึง เนื่องจากพี่แสงหนิทกะพี่ปอ เลยเหมือนไปด้วยกัน(หรือเปล่า?) เรื่องพี่แสงนี่จำได้ เพราะตอนแรกที่เรียนกะพี่แสง วิชาbacteria (สอนไรหว่า ยากจัง ไม่รู้เรือ่ง หลับ) พอปีสามมา สอนวิชา immune ตอนแรกนี่เซ็งมาก สอนไม่รู้เรือ่งเลยอ่า สอนไรเนี่ย งง แต่เริ่มหนิทครั้งแรก ตอนชม.lab จำได้ labแรกทำlabนานมาก ถึง 5 โมงเย็น เรานี่ก็พวกอยากกลับบ้าน ก็เลยรีบทำ ก็รีบลงมือทำ ถามอาจารย์บ้าง แต่มันมีหลายขั้นตอนที่จะต้อง incubate ใส่ตู้อบ ซึ่งรอนานมาก แต่ละกลุ่มlabก็จับกลุ่มนั่งคุยกัน (พี่ปอก็กะลังถูกเด็กล้อมคุยด้วยอยู่) ส่วนเราก็จำได้ว่าคาใจเรือ่งนี้ๆที่อาจารย์สอน ก็เลยเอาชีทออกมา นั่งอ่านแล้วก็รบรวมความกล้าไปถามพี่แสง  แต่น.. แต้น.. ไม่ได้ตั้งใจนะ แต่พอถาม พี่แสงอธิบายก็เริ่มเข้าใจ แล้วก็ยิ่งทำก็ยิ่งหนุก เพราะมันรู้เรื่อง มันเข้าใจไง นอกจากนี้ก็คุยกะพี่แสงไปด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มล่ะ พอเรียนเสร็จก็จะกลับไปอ่าน แล้วก็markไว้ว่าตรงไหนไม่เข้าใจ ตรงไหนไม่เคลียร์ ก็หลังชม.labก็จะนัดเวลา จองตัวพี่แสง ถามตรงโน้นตรงนี้ เป็นจุดเริ่มความหนิทกะพี่แสง แต่คิดว่าหนิทกะพี่ปอด้วยเพราะว่า พี่แสงคงเล่าให้พี่ปอฟัง  แล้วก็แอบมีเรื่องงอนพี่แสงก็เลยหนิทกะพี่ปอมากขึ้นด้วย

สำหรับพี่แสงก็เป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มีความเป็นเด็ก(เหมือนจะสลับกะพี่ปอเล็กน้อย) คือ ด้วยความเป็นลูกคนกลางเหมือนกะเราด้วยมั้ง ก็เลยแอบมีความเอาแต่ใจนิดๆ พี่แสงก็เป็นคนที่มีระบบ ระเบียบสูง ยุติธรรมด้วย เห็นเรื่องถูกก็ถูก เรื่องผิดก็เป็นผิด แล้วก็มีหลายๆอย่างคล้ายๆกัน ก็เลยชอบคุยกะพี่แสงเหมือนกัน พี่แสงนิสัยดี เป็นผู้ชายที่ดี หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ว่าไปหลายอย่างพี่แสงกะพี่ปอก็มีส่วนคล้ายกัน และหลายส่วนที่ต่างกันคนละขั้ว แต่ทั้งคู่ก็หนิทกัน ทำงานด้วยกัน แล้วก็มีความคิดหลายอย่างคล้ายกัน คิดว่าอาจจะได้รับเชื้อมาจากกันและกัน ก็แอบยุๆให้เป็นแฟนกันเหมือนกันนะ อยากให้คนดีๆคู่กัน

นอกจากนี้การที่สนิทกับพี่ปอ ก็เลยพลอยให้คิดว่าอาจารย์ไม่น่ากลัว เข้าไปคุยได้ คุยเล่นก็ได้ แต่ต้องไม่ทำให้อาจารย์เสียเวลาทำงานนะ ไม่ใช่หมดเปลืองเวลาไปกะเรา แล้วก็ทำให้เราหนิทกะอาจารย์มากขึ้น จนเรียกได้ว่าหนิทกะอาจารย์เกือบทุกภาค คือ อย่างน้อยๆภาคนึงจะต้องมีอาจารย์ 1 คนที่เวลาเราสงสัยเราเข้าไปถามได้ หรือ 1 คนที่สงสัยทีไรก็ไปถาม จนอาจารย์จำหน้าได้ และมีหลายภาคที่หนิทกะจารย์เกือบทั้งภาค ขนาดนักวิทย์ยังจำได้ (ภาคปรสิต, หนิทรองมาก็ภาคจุล) จนพอปี 3 เทอม 2 ก็รู้สึกได้ว่ามีคนเหม็นหน้าเราเยอะขึ้น ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรใคร คิดว่าเป็นการเหม็นหน้าหรือไม่ชอบเนื่องจากหนิทกะจารย์เกินไป(อาจจะเพราะหนิทกะพี่แสง ขวัญใจสาวๆด้วยมั้ง) ก็เคยไปคุยกะเพื่อนคนนึงเหมือนกัน เค้าก็บอกว่าบางทีเราดูหยิ่ง แล้วก็ดูไม่ค่อยอยากจะคุย ไม่อยากเล่นกับใคร เหมือนดูแยกตัว แต่ที่จริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย คือ เราอาจจะไม่ชอบนิสัยหลายอย่างของเพื่อนสัตวแพทย์ อย่าง ชอบปากอย่างใจอย่าง, ชอบนินทากันลับหลัง, ต่อหน้าทำดี ลับหลังก็ว่าไม่ดี, งกชีท, งกความรู้, ติวเพื่อนผิดๆ หรือเรื่อง ความตรงต่อเวลา เรือ่งความสะอาด(พวกชอบกินขนมแล้วทิ้งๆไว้อ่ะ มดขึ้นมากัดเราไง) เราว่าก็ต่อไปก็เป็นหมอแล้วมันต้องสะอาดอ่ะ หมอทำแผลไม่สะอาดก็เน่าตายเลย คือ ฝึกเป็นนิสัยดีกว่าไง มันอาจจะมีส่วนทำให้เราไม่ค่อยอยากคุยกะเพื่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเกลียดเค้าทั้งหมดนินา หลายอย่างเราไม่ชอบแต่ก็ไม่ชอบมาน๊านานแล้วอ่ะ แต่แบบว่า ดูเพื่อนหายๆไปเหมือนกัน ก็แอบคิดเหมือนกันนะว่า ดีไปหรือเลวไปหว่า? ถึงไม่ค่อยมีใครยุ่งกะเรา แต่ก็ทำดีต่อไปเรือ่ยๆ ให้ความดีพิสูจน์ความดีที่ทำมาเองแล้วกัน T___T

Advertisements

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: